CPF x Bosch ผนึกกำลัง Data–AI ยกระดับโรงงานอาหารอัจฉริยะ เดินหน้าลดพลังงาน–คาร์บอน สู่เป้าหมาย Net-Zero
CPF x Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
การผลิตอาหารให้ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตอาหารกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจึงช่วยนำองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในโรงงาน เพื่อใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ดีต่อกาย พร้อมความสบายใจที่ได้เลือกอาหารจากกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จากัด (มหาชน) หรือ CPF จึงจับมือบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จากัด นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีความร้อน Data และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการดาเนินงานด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหาร
ทั้งสองบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะที่ 2 ขยายความร่วมมืออีก 2 ปี เพื่อต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสาหรับอุตสาหกรรมอาหาร จากการปรับปรุงระบบหม้อต้มไอน้าและการใช้เชื้อเพลิงสะอาด สู่การนำข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรมาวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ช่วยให้บริหารจัดการพลังงานและวางแผนการทางานได้แม่นยายิ่งขึ้น
ต่อยอดความสำเร็จระยะแรก สู่การใช้ข้อมูลและ AI
ความร่วมมือระยะแรกของ CPF และ Bosch ได้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพระบบหม้อต้มไอน้า ซึ่งเป็นระบบสำคัญของโรงงานแปรรูปอาหาร พร้อมศึกษาแนวทางเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่เชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผลจากความร่วมมือระยะแรกในโรงงานต้นแบบสามารถเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 97 จึงได้ขยายความร่วมมือสู่ระยะที่ 2 โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ และใช้ AI วิเคราะห์การทำงาน เพื่อค้นหาจุดที่สามารถลดการใช้พลังงาน ตรวจจับความผิดปกติ และวางแผนบารุงรักษาได้อย่างเหมาะสม
ดร.อรรถพล เพ็ชรพลาย ผู้อานวยการ วิศวกรรมด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ซีพีเอฟ กล่าวว่า CPF มุ่งผลิตอาหารที่ดีต่อกายและใจ มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม การทำให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดผลเป็นรูปธรรมต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะกับการใช้งานจริงในกระบวนการผลิตอาหาร
ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของ Bosch จะช่วยให้ CPF นำข้อมูลจากการใช้งานจริงมาวิเคราะห์ร่วมกัน มองเห็นจุดที่ใช้พลังงานสูง และพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับกระบวนการผลิตของ CPF เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการผลิตอาหารที่มีคุณภาพสาหรับผู้บริโภค
“CPF มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ Bosch เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีหม้อต้มไอน้า โดยทั้งสองบริษัทมีนโยบายที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนในทิศทางเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอาหาร โดยเราหวังว่าจะเป็นตัวอย่างให้อุตสาหกรรมอื่นนาไปประยุกต์ใช้ได้” ดร.อรรถพล กล่าว
สุธรรม เกษแก้วเกลี้ยง Country Head – Bosch Industrial Heat บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จากัด กล่าวว่า “Bosch ได้ผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบ Boiler เข้ากับเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และเทคโนโลยีการผลิตไอน้าจากพลังงานสะอาด เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโรงงานควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยโซลูชันของบ๊อช ได้ติดตั้งใช้งานจริงในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและหลายประเทศทั่วโลก
รวมถึงภายในกลุ่ม CPF ภายใต้ความร่วมมือนี้ เรายังได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น การผลิตไอน้าด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และระบบผลิตไอน้าแบบ Hybrid ที่ผสานการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ร่วมกับไบโอมีเทน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการเชื่อมต่อและบริหารจัดการข้อมูลด้านพลังงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อวางรากฐานสาหรับการพัฒนา Centralized Smart Energy Management System และเปิดโอกาสให้นำ Industrial AI และ Predictive Analytics มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้นในอนาคต”
“ด้วยเครือข่ายการดาเนินงานของบ๊อช ที่ครอบคลุมทั่วโลก เราสามารถนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีจากหลากหลายประเทศมาสนับสนุนการดาเนินงานของ CPF ในแต่ละภูมิภาค เพื่อร่วมกันยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net-Zero ของ CPF อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” นายสุธรรม กล่าว
กรณีของ CPF–Bosch สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเปลี่ยนจาก “การผลิตให้ได้มาก” ไปสู่ “การผลิตให้ฉลาดขึ้น” เพราะในวันที่ต้นทุนพลังงานและโจทย์คาร์บอนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน Data จึงไม่ใช่แค่ข้อมูล และ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้โรงงานใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-Zero อย่างเป็นรูปธรรม
