สิงห์ เอสเตท กางแผนปี 69 ชูรายได้ประจำ 70% ดัน SHR 3 กลยุทธ์โต–กำไร New High”

6 Mar 2026

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล โชว์แผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ 4 ธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำ ขยายการเติบโตผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มแข็ง ตั้งเป้ารักษาสัดส่วน รายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ระดับ 70% ของพอร์ต หนุนรายได้รวมทั้งปีให้ทะลุ 14,000 ล้านบาท โดยมุ่งสร้างฐานกำไรที่มีคุณภาพในระยะยาว


ชู 4 ธุรกิจหลัก ขับเคลื่อนการเติบโต

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ภายใต้ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ส่งผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้าง “ธุรกิจเชิงคุณภาพ” และการเข้าใจ ความต้องการของลูกค้า ในแต่ละธุรกิจ


ในปี 2569 บริษัทจะขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

  1. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย (Residential)
  2. ธุรกิจโรงแรม (Hospitality)
  3. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า (Commercial)
  4. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน (Industrial Estate)

ทั้ง 4 ธุรกิจจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

3 กลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2569

1.) STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE เสริมฐานกำไรจากรายได้ประจำ

กลยุทธ์แรกคือการเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้รวมกันประมาณ 70% ของพอร์ตธุรกิจ ในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่บริหารผ่าน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ในปี 2568 สามารถทำ กำไรสุทธิปรับปรุงจากการดำเนินงาน (Normalised Net Profit) 615 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากโรงแรมที่ปรับปรุงในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทยและสาธารณรัฐฟิจิเปิดให้บริการเต็มรูปแบบบริษัทจะเดินหน้าต่อยอดจุดแข็งของพอร์ตโรงแรมที่เน้น รีสอร์ทเชิงพักผ่อนระดับคุณภาพ โดยปรับรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การพักผ่อน สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเตรียมพัฒนา Asset Enhancement ในโรงแรมที่มัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและยกระดับราคาห้องพัก


ยกระดับอาคารสำนักงานสู่ Seamless Work-Life Destination

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า บริษัทเดินหน้าพัฒนาอาคารสำนักงานให้เป็น “Seamless Work-Life Destination” รองรับการทำงานยุคใหม่ที่ผสานการทำงานกับคุณภาพชีวิต

ปัจจุบัน

  1. อาคาร สิงห์ คอมเพล็กซ์ และ เอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงกว่า 90%
  2. อาคาร เอส โอเอซิส มีอัตราการเช่า 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี

บริษัทวางสัดส่วนพื้นที่ สำนักงานต่อสิ่งอำนวยความสะดวก 80:20 เพื่อเพิ่มร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ พร้อมสร้างกิจกรรมคอมมูนิตี้รอบอาคาร ตามแนวคิด “Work well, Live well, Stay well”


โอกาสใหม่จาก Data Centre ในนิคมอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในปี 2569 คือ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม โดยบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายที่ดินใน นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ประมาณ 200–400 ไร่ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งกำลังเติบโตตามความต้องการด้านคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก


นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วนทั้งระบบไฟฟ้า น้ำประปา และ Fiber Optic ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้พัฒนา Data Centre ระดับโลก พร้อมสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำประปา


2.) SCALING THROUGH PARTNERSHIPS เติบโตผ่านพันธมิตร

กลยุทธ์ที่สองคือการขยายการเติบโตผ่าน พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา ได้แก่

  1. โครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ร่วมพัฒนากับ บริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด มียอดขายแล้วกว่า 98%
  2. โครงการ THE ESSE สุขุมวิท 36 มูลค่า 6,000 ล้านบาท พัฒนาร่วมกับ Hong Kong Land ซึ่งสามารถโอนปิดโครงการได้ทั้งหมด


ในอนาคต บริษัทมีแผนขยายความร่วมมือในหลายรูปแบบ เช่น

  1. โครงการแฟลกชิป THE ESSE และ SIRANINN
  2. การพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตรใหม่
  3. การลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โกดังสินค้าและโรงงานให้เช่า


3.) STRONG FUNDING CAPABILITY รักษาวินัยทางการเงิน

กลยุทธ์ที่สามคือการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่าง

  1. สินเชื่อจากสถาบันการเงิน 70%
  2. หุ้นกู้ 30%

บริษัทมีศักยภาพในการออกหุ้นกู้ 3,000–4,000 ล้านบาทต่อปี และมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการเงิน


เดินหน้า ESG สร้างคุณค่าทางธุรกิจ

บริษัทให้ความสำคัญกับแนวทาง ESG in Practice โดยเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจกับความยั่งยืน เช่น

  1. ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings 2025 ระดับ AAA
  2. ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยจาก Sustainability Linked Loan วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท

ในส่วนของธุรกิจโรงแรม โครงการ CROSSROADS Maldives อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ OECMs ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์


วางพอร์ตธุรกิจเชิงคุณภาพ รองรับการเติบโตระยะยาว

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสิงห์ เอสเตท มีรากฐานแข็งแกร่งในธุรกิจรายได้ประจำจาก

  1. โรงแรม 18 แห่ง ใน 5 ประเทศ
  2. อาคารสำนักงานและค้าปลีก 5 โครงการ


ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจที่สร้างรายได้ไม่ประจำเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต ได้แก่

  1. โครงการที่อยู่อาศัย 9 โครงการ
  2. นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง


“ทั้ง 4 ธุรกิจหลักถูกวางไว้เป็น พอร์ตโฟลิโอเชิงคุณภาพ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โจทย์สำคัญคือการเชื่อมโยงธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ตามแนวคิด Enriching Your Life – สร้างคุณค่าให้ชีวิตคุณนายชัยรัตน์ กล่าว


ในส่วนของ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR โชว์ผลงานปี 2568 ทำ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 615 ล้านบาท พร้อมประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” มุ่งยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรมผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ศักยภาพสูง การพัฒนาโรงแรมใหม่ การรีแบรนด์ และการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้สอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวโลก โดยตั้งเป้า Portfolio RevPAR เติบโต 20–25%, ผลักดัน EBITDA Margin สู่ระดับ 30% และลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้ลงกว่า 0.50% เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรในระยะยาว.


โดยนายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าแผนธุรกิจ “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อยกระดับการเติบโตและสร้างมูลค่าระยะยาว ได้แก่


1. Asset Rotation

บริหารพอร์ตเชิงรุก เน้นคุณภาพสินทรัพย์ โดยเตรียม จำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อนำเงินลดหนี้ดอกเบี้ยสูง และเตรียม ลงทุน 3,000–3,500 ล้านบาท ขยายธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย


2. Asset Enhancement

ยกระดับพอร์ตสู่โรงแรมระดับพรีเมียม ผ่านการ รีแบรนด์โรงแรมในสหราชอาณาจักร 4 แห่ง ร่วมกับ The Ascott Limited สู่แบรนด์ The Unlimited Collection และ lyf รวมถึงปรับปรุงโรงแรม SAii Hotels & Resorts เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านราคาและมูลค่าสินทรัพย์


3. Experience-Led Brand Growth

ขยายการเติบโตของแบรนด์ SAii Hotels & Resorts ผ่านการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น Wellness Travel, Quietcations และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าแบรนด์


จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทตั้งเป้า Portfolio RevPAR เติบโต 20–25% และ EBITDA Margin เพิ่มสู่ระดับประมาณ 30% พร้อมลดต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยลงกว่า 0.50%


ณะเดียวกัน SHR ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ ความยั่งยืน โดยเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านโซลาร์เซลล์ในหลายโครงการ และผลักดันพื้นที่ทะเลในโครงการ CROSSROADS Maldives ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (OECMs) สะท้อนบทบาทของบริษัทในการเติบโตควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม

Highlights News

Mercedes-Benz โตสวนตลาด EV ไทย ครึ่งปีแรก BEV พุ่ง 130% เปิดเกม ”FLEX Mobility” เปลี่ยนการขายรถ สู่ป [..]
25 Jul 2026
เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ "รถยนต์" อีกต่อไป แต่ต้องการ "ประสบการณ์การใช้งาน" ที่ยืดหยุ่น เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงกำลังเปลี่ยนเกมการแ [..]

find me on socials

Find us on Facebook

NEWS UPDATE