ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกจ่อทะลุ 100 ดอลลาร์ กระทบ GDP ไทยเสี่ยงหด 0.2-0.7%

20 Mar 2026

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า กระทบจีดีพีไทยร้อยละ 0.2-0.7


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจไม่จบเร็ว จะกระทบราคาน้ำมันให้ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วงหลายเดือนข้างหน้า กดดันทั้งเศรษฐกิจไทย ดันเงินเฟ้อขึ้นเข้าหากรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)


นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะหลังการปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ไปจนถึงแรงกดดันต่อราคาอาหารโลกในระยะต่อไป


นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังกระทบต่อการค้าและการคมนาคมขนส่งทางอากาศในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินลดลงและต้นทุนการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ในมิติการเงิน ค่าเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นสวนทางกับสกุลเงินเอเชีย โดยเฉพาะไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุน ค่าเงินบาท และส่งผลกระทบกับจีดีพีโลกและของไทย ในขณะที่ อัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิด Stagflation เพิ่มขึ้น


นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างร้อยละ 0.2-0.7 หลังมองว่าสถานการณ์อิหร่านมีโอกาสยืดเยื้อ อีกทั้งช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดที่สำคัญต่อการขนส่งพลังงาน และเป็นประเด็นเปราะบาง ทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจโลก โดยผลกระทบต่อจีดีพีดังกล่าว อยู่บนสมมติฐานที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75–90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ร้อยละ 3 ในขณะที่จีดีพีทั้งปี 2569 มีแนวโน้มไม่เติบโต


ดร. รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ขยายความเพิ่มเติมถึงผลกระทบต่อการส่งออกของรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่มีบทบาทสูงต่อการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตะวันออกกลางเป็นตลาดนำเข้ารถยนต์ที่สำคัญของไทยคิดเป็นราวร้อยละ 20 ของปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยทั้งหมด ผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นรถปิกอัพซึ่งมีสัดส่วนราวร้อยละ 60 และคาดว่าการส่งออกไปตลาดดังกล่าวจะลดลงราว 15,000 คันต่อเดือน เมื่อรวมผลจากการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของเม็กซิโก การแข่งขันกับรถยนต์จากจีน และการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของคู่ค้า คาดว่าปริมาณส่งออกรถยนต์ไทยสู่ตลาดโลกในปี 2569 จะหดตัวราวร้อยละ 8.1


นอกจากนี้ สงครามอิหร่านคาดว่าจะทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยเผชิญภาวะต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของต้นทุนทั้งหมด พร้อมทั้งกดดันค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Spending) ของโลก ให้ขยายตัวลดลงราวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีสงคราม อย่างไรก็ดี การลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังคงสนับสนุนการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ส่งผลให้ในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 11.5 ชะลอลงจากที่เติบโตสูงถึงร้อยละ 38.3 ในปีก่อนหน้า


นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจะลดลงกว่า 1 ล้านคนจากคาดการณ์ทั้งปีเดิม คิดเป็นเม็ดเงินที่สูญเสียไปราว 8 หมื่นล้านบาท สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีที่พึ่งพาการใช้พลังงาน การขนส่ง ปุ๋ย พลาสติก ในสัดส่วนสูง ได้แก่ กลุ่มขนส่ง การผลิต ประมง เกษตร ร้านอาหาร เป็นต้น จะได้รับผลกระทบมากจากต้นทุนที่สูงและอัตรากำไรที่ลดลง  


ประเด็นที่ต้องจับตา

  1. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสยืนเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วง 1–3 เดือน จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง
  2. ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบซัพพลายพลังงานโลกเป็นลูกโซ่
  3. เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ GDP ลดลงราว 0.2–0.7% ภายใต้สมมติฐานวิกฤตยืดเยื้อ
  4. เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัว เข้าใกล้กรอบบน 3% และเสี่ยงเกิด Stagflation
  5. ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า กดดัน เงินบาท-ตลาดทุนไทย จากการพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง
  6. กรณีเลวร้าย หากน้ำมันทะลุ 130 ดอลลาร์/บาร์เรลนานเกิน 3 เดือน เงินเฟ้ออาจหลุดกรอบ GDP ไทยปี 2569 เสี่ยง “ไม่เติบโต”


ผลกระทบแต่ละอุตสาหกรรม

  1. ยานยนต์: ส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง ~15,000 คัน/เดือน คาดทั้งปีหดตัว 8.1%
  2. อิเล็กทรอนิกส์: ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง กดดันการเติบโต แต่ยังได้แรงหนุนจาก AI / Data Center
  3. ท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวระยะไกลหายกว่า 1 ล้านคน สูญรายได้ ~80,000 ล้านบาท
  4. SMEs: กลุ่มขนส่ง เกษตร ประมง ร้านอาหาร รับผลกระทบต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบสูง


“น้ำมันแพง” ไม่ใช่แค่ต้นทุนพลังงาน แต่กำลังลามเป็นแรงกดดันเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่เงินเฟ้อ ค่าเงิน ส่งออก ไปจนถึงกำลังซื้อของคนไทย

Highlights News

Mercedes-Benz โตสวนตลาด EV ไทย ครึ่งปีแรก BEV พุ่ง 130% เปิดเกม ”FLEX Mobility” เปลี่ยนการขายรถ สู่ป [..]
25 Jul 2026
เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ "รถยนต์" อีกต่อไป แต่ต้องการ "ประสบการณ์การใช้งาน" ที่ยืดหยุ่น เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงกำลังเปลี่ยนเกมการแ [..]

find me on socials

Find us on Facebook

NEWS UPDATE