TOA โชว์รายได้ Q1/69 แตะ 5,681 ล้านบาท กำไรโต 30% เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ–คุมต้นทุนหนุนรับมือเศรษฐกิจผันผวน
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เบอร์หนึ่งตัวจริงเรื่องอุตสาหกรรมสี เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างของไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว โดยมีรายได้รวม 5,681 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท เติบโต 30%
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เปิดเผยว่าภาพรวมไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,681 ล้านบาท เติบโต 4% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท โตขึ้น 30% การเติบโตดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าหลัก ทั้งสีทาอาคารและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนาม ที่ยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์บริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมมุ่งสู่ผู้นำ Total Solution for Living ด้านวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกตลาด เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศและภูมิภาค
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังปรับกลยุทธ์รับมือการชะลอตัวของตลาดบ้านใหม่ ด้วยการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย (Product Mix) ขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มงานซ่อมแซมและรีโนเวท ซึ่งยังมีความต้องการสูง ส่งผลให้กลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ปูนมอร์ตาร์ แผ่นยิปซัม กระเบื้อง สุขภัณฑ์ และนวัตกรรมห้องน้ำอัจฉริยะ มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้และรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยง เพื่อรองรับความผันผวนของซัพพลายเชนปิโตรเคมีจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผ่านการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม รวมถึงการนำเอาวัตถุดิบอื่นที่ผ่านการทดสอบไว้แล้วเข้ามาใช้ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการตึงตัวของวัตถุดิบ การปรับแผนการผลิตและการขาย รวมถึงการบริหารราคาสินค้าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและป้องกันผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
นายจตุภัทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป แต่ด้วยแผนบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจและการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ตลาดอสังหาฯ และกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ TOA กำลังสะท้อนภาพขององค์กรที่ไม่ได้พึ่งพาตลาดสีทาอาคารเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังทรานส์ฟอร์มสู่ “Total Solution for Living” ผ่านการขยายพอร์ตวัสดุก่อสร้างและสินค้ากลุ่มรีโนเวทที่มีดีมานด์ต่อเนื่อง การเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ CLMV รวมถึงการบริหารต้นทุนและซัพพลายเชนเชิงรุก ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ TOA รักษาความสามารถในการทำกำไรได้ แม้เศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานยังผันผวน สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือความสามารถของ TOA ในการต่อยอด “Product Ecosystem” ให้ครอบคลุมงานก่อสร้างและที่อยู่อาศัยครบวงจร ซึ่งอาจกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว ทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน
