กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมมือพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน สานต่อโครงการใหญ่ “Save Our Sea ปีที่ 4 ”
กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมมือพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน สานต่อโครงการใหญ่ “Save Our Sea ปีที่ 4 ” ย้ำนโยบายหลักด้าน Climate Change & Biodiversity
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตในฐานะผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ร่วมกับ มูลนิธิ ลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน สานต่อนโยบายด้าน Climate Change & Biodiversity หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายด้านชีวภาพ ผ่านโครงการ “Save Our Sea ปีที่ 4” ณ อังสนา ลากูน่า จ.ภูเก็ต
มร.นิโคลา เดอ นาแซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิตกล่าวว่า “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตเป็นองค์กรที่ มุ่งมั่น และ ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายด้านชีวภาพ ผ่านการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทะเลของประเทศไทย รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อน ส่งเสริม และกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
นอกจากนี้ กลุ่มแอกซ่ายังยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น 1 ใน 5 กลยุทธ์หลักขององค์กร ในขณะที่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบาย และเป็นกลยุทธ์หลักของการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยดำเนินงานผ่านโครงการต่างๆ
ซึ่งบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในทุก ๆ โครงการของเราจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์กรต่างๆ และประชาชนให้เห็นความสำคัญกับการอนุรักษ์ และรักษาธรรมชาติ ผ่านการลงมือทำร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ให้สมกับคำว่าเคียงข้างคุ้มครอง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อคงไว้ให้แก่ลูกหลานของเราในอนาคต”
คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่าย การตลาด กล่าวเสริม “โครงการ Save Our Sea ปีที่ 4 ถือเป็นโครงการระยะยาว ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะ Green Insurer มูลนิธิ ลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน
โดยในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการในการช่วยสนับสนุนการปรับปรุง และซ่อมบำรุงบ่ออนุบาลเต่าทะเล ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน เพื่ออนุบาลเต่าทะเลในประเทศไทยรวมถึงเต่ามะเฟืองที่เป็นเต่าใกล้สูญพันธุ์ โดยศูนย์วิจัยดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 5 แห่งทั่วโลกที่สามารถอนุบาลเต่ามะเฟืองได้ และในปี 2569 นี้ ทางบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการ Save Our Sea อย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมปล่อยลูกเต่าตนุ และปลาฉลามกบกลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด
ซึ่งขยะที่คัดแยกได้ทำการส่งมอบ เพื่อทำเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนเรื่องประเภทของขยะให้แก่โรงเรียนอนุบาล ลากูน่า ภูเก็ต และการจัดทำบ้านปลา ร่วมกับชุมชนบ้านบางโรง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด อาทิ ปลาทะเล และปลาหมึก เพื่อสร้างความสมดุลให้ท้องทะเลอันดามันอย่างยั่งยืน”
